แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุบัติเหตุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุบัติเหตุ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

อุปกรณ์ประคองข้างศีรษะ รุ่น YJK-16

 อุปกรณ์ประคองข้างศีรษะ

อุปกรณ์ประคองข้างศีรษะ รุ่น YJK-16


อุปกรณ์ประคองข้างศีรษะ หมอนล็อกคอ หมอนรองคอ นวมหูเป็นพียูและพีวีซีเคลือบด้วยไวนิล กันน้ำและลอยน้ำได้ ออกแบบมาเพื่อไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง X-rays, MRI หรือ CT scans








ส่วนประกอบ
  • สายรัดหน้าผาก และคาง
  • บล็อคประคองข้างศีรษะ
  • ห่วงตัว D
  • สายรั้งด้านข้าง
  • สายรั้งด้านบน
  • แผ่นรองรับ
  • แถบตีนตุ๊กสำหรับยึด







เหมาะสำหรับ
  • อุปกรณ์ประคองข้างศีรษะ เป็นอุปกรณ์ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบล็อคศรีษะและคอของผู้ป่วยให้อยู่นิ่ง สำหรับผู้ชำนาญอย่างน้อย 2 คน ใช้เพื่อการปฐมพยาบาลเท่านั้น
  • เป็นพียูและพีวีซีเคลือบด้วยไวนิล กันน้ำและลอยน้ำได้ ออกแบบมาเพื่อไม่รบกวนการทำงานของเครื่อง X-rays,
  • ประกอบด้วยแผ่นฐานที่มีสายรัด 2 สาย และมีสายรัดหน้าผากและคาง ส่วนประกอบแต่ละชิ้นมีสายรัดและห่วง

วิธีใช้
  • ใช้สำหรับงานกู้ภัย
  • ใช้ได้ทั้งทางยกและบางน้ำ สามารถลอยน้ำได้ พร้อมผู้ป่วย และนำเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ได้

ข้อแนะนำ
  • การใช้งานอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
  • ควรใช้งานอุปกรณ์ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้เท่านั้น

คำเตือน
  • อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้งาน

เตียงฉุกเฉิน ประจำรถพยาบาล รุ่น YJK-A-3

เตียงฉุกเฉิน

เตียงฉุกเฉินประจำรถพยาบาล รุ่น YJK-A-3




    เตียงฉุกเฉิน สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้น-ลงรถพยาบาล เตียงสามารถพับขึ้น – ลงรถได้ง่าย สะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปสถานที่ต่างๆ
  • เบาะทำมาจากฟองน้ำและพนักพิงสามารถปรับได้ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น
  • ใช้โครงสร้างกลไกขาพับ ควบคุมที่ด้ามจับข้างขวา และสามารถเคลื่อนย้ายเตียงขึ้นรถพยาบาลโดยเจ้าหน้าที่คนเดียวได้
  • ขอบล้อทำจากยางที่แข็งแรงและทนทาน
  • เตียงจะถูกล็อคให้อยู่นิ่งบนรถพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในรถพยาบาล
  • มีสายรัดนิรภัยสองเส้นในการรัดผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัย
  • เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังวอร์ดหรือจุดหมาย ให้ปลดล็อคที่ยึดแล้วเข็นลงจากรถพยาบาลช้าๆ ขาเปลจะตั้งลงโดยอัตโนมัติ



คุณสมบัติ (Feature)
  • เตียงฉุกเฉิน ประจำรถพยาบาล โครงสร้างโลหะผสมอลูมิเนียมและอลูมิเนียมอัลลอยด์หล่อด้วยชิ้นส่วนข้อต่อที่มีความทนทานต่อแสงที่ดี และง่ายต่อการฆ่าเชื้อ ใช้สำหรับในการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล
  • เบาะทำมาจากฟองน้ำและพนักพิงสามารถปรับได้ เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น
  • ใช้โครงสร้างกลไกขาพับ ควบคุมที่ด้ามจับข้างขวา และสามารถเคลื่อนย้ายเตียงขึ้นรถพยาบาลโดยเจ้าหน้าที่คนเดียวได้
  • ขอบล้อทำจากยางที่แข็งแรงและทนทาน
  • เตียงจะถูกล็อคให้อยู่นิ่งบนรถพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยในรถพยาบาล
  • มีสายรัดนิรภัยสองเส้นในการรัดผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัย
  • เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังวอร์ดหรือจุดหมาย ให้ปลดล็อคที่ยึดแล้วเข็นลงจากรถพยาบาลช้าๆ ขาเปลจะตั้งลงโดยอัตโนมัติ

วิธีใช้ (How to use)
  • ใช้การดูแลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาล (EMS) ทหาร และใช้สำหรับการกู้ภัย

สถานที่เหมาะกับการใช้เตียงฉุกเฉิน (Applicable venue) 
  • รถพยาบาล โรงพยาบาล คลินิก สนามกีฬา สนามรบ รถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น

ข้อแนะนำ (Suggestion)
  • หลังการใช้งานควรทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และตากลมให้แห้ง

เปลม้วนกู้ภัยอเนกประสงค์ รุ่น YJK-F5

 เปลม้วนกู้ภัย

 เปลม้วนกู้ภัยอเนกประสงค์ รุ่น YJK-F5



คุณสมบัติ (Feature)
  • เปลม้วนสำหรับงานกู้ภัย วัสดุส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกผสมพิเศษ (Ethylene Vinyl Acetate) สินค้าสามารถม้วนเก็บได้ น้ำหนักเบา และมีขนาดกว้าง  พกพาสะดวก
  • สำหรับการกู้ภัยในกรณีเกิดอัคคีภัย การกู้ภัยในพื้นที่ลึก และแคบ การช่วยเหลือทั่วไปภาคพื้นดิน การช่วยเหลือในระดับสูง การช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินทางเคมี ขนาดเล็กน้ำหนักเบาพกพาสะดวกขอบเขตการใช้งานที่หลากหลายสามารถดำเนินการได้โดยคนคนเดียว สามารถยกในแนวนอนหรือแนวตั้งได้
  • ด้านข้างของเปลมีสายรัดจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือทางอากาศ
  • สายเข็มขัดไนลอนสามารถป้องกันการกระทบกระเทือนจากการขนย้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หัวเข็มขัดสามารถปรับขนาดได้ มีด้ามจับที่เป็นพลาสติกซึ่งง่ายต่อการขนย้าย

วิธีใช้งาน (How to use)
  • เปลม้วน ใช้สำหรับงานกู้ภัย
  • สำหรับการกู้ภัยในกรณีเกิดอัคคีภัย การกู้ภัยในพื้นที่ลึก และแคบ การช่วยเหลือทั่วไปภาคพื้นดิน การช่วยเหลือในระดับสูง, การช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินทางเคมี ขนาดเล็กน้ำหนักเบาพกพาสะดวกขอบเขตการใช้งานที่หลากหลายสามารถดำเนินการได้โดยคนคนเดียว สามารถยกในแนวนอนหรือแนวตั้ง

สถานที่ที่เหมาะกับการใช้เปล  (Applicable venue)
  • สถานที่เกิดอัคคีภัย สถานที่ลึกและแคบ สถานที่อยู่ในระดับสูง สถานที่ที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางเคมี

ข้อแนะนำ (Suggestion)
  • หลังการใช้งานควรล้างทำความสะอาดและใช้ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเช็ด และผึ่งให้แห้งก่อนพับเก็บ

คำเตือน (Warning)
  • รัดสายเข็มขัดให้แน่นก่อนขนย้ายเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน



วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

5 ขั้นตอนตรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อันตรายใกล้ตัวคุณ !!

 5 ขั้นตอนตรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 

อันตรายใกล้ตัวคุณ !!




        ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะบ้านที่อยู่มานาน จึงควรหมั่นตรวจ ระบบไฟฟ้าในบ้าน ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง มาดูวิธีตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้นกัน

1.เริ่มด้วยการทดสอบมิเตอร์ไฟฟ้า
        ระบบไฟฟ้าในบ้าน เริ่มตรวจโดยปิดสวิตช์ไฟทุกจุด รวมทั้งถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ออกให้หมด จากนั้นไปดูมิเตอร์ที่หน้าบ้านว่าเฟืองเหล็กยังหมุนอยู่หรือไม่ หากยังหมุนอยู่แสดงว่ามีกระแสไฟรั่ว ให้ลองตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ เช่น เครื่องตัดไฟรั่วว่ายังทำงานดีอยู่หรือไม่ ด้วยการกดปุ่มทดสอบหรือ Test (ควรกดปุ่มทดสอบนี้เป็นประจำทุก 1 – 3 เดือน) ถ้ายังใช้ได้ดี สวิตช์หรือคันโยกจะตกลงมาทันทีเพื่อตัดกระแสไฟฟ้า และรวมถึงเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์




2.ตรวจสอบเมนสวิตช์
        ดูว่ามีมดหรือแมลงเข้าไปทำรังในตู้หรือไม่ เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ลูกย่อยยังสามารถใช้ปลดวงจร ระบบไฟฟ้าในบ้าน ได้หรือไม่ ป้องกันไฟรั่วและไฟดูดได้ดีอยู่หรือไม่ หากมีอุปกรณ์ชำรุดหรือเสียหายควรหามาเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย




3.ตรวจสอบสายไฟฟ้าว่ามีส่วนใดชำรุดเสียหายบ้าง
        โดยเฉพาะสายไฟที่ซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานอาจเปื่อยกรอบเนื่องจากผ่านการใช้งานมานาน หรือถูกหนูกัดแทะฉนวนจนสายขาดได้ (ในกรณีที่ไม่ได้หุ้มสายไว้ด้วยท่อร้อยสายไฟ) ถ้าพบก็ต้องเปลี่ยนใหม่โดยด่วน




4.ตรวจสอบเต้ารับไฟฟ้า
        ดูว่าหลวม มีรอยแตกร้าว หรือรอยไหม้บ้างหรือไม่ ถ้าเต้ารับหลวมก็ขันสกรูให้แน่นดังเดิม แต่ถ้าแตกร้าวหรือพบรอยไหม้ก็ควรเปลี่ยนใหม่ และควรทดสอบเต้ารับทุกจุดว่ามีไฟหรือไม่ โดยใช้ไขควงวัดไฟทดสอบ




5.ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
        เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มักมีการจับต้องขณะใช้งาน เช่น เครื่องซักผ้า โดยตรวจว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ ด้วยการใช้ไขควงวัดไฟแตะที่ตัวเครื่องส่วนที่เป็นโลหะ ถ้าหลอดไฟติดหรือเรืองแสง แสดงว่ามีไฟรั่วให้หยุดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นทันที และตรวจเช็กว่ามีการติดตั้งสายดินถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่มีให้ติดตั้งสายดินให้เรียบร้อย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ไม่เกิดอันตรายจากไฟฟ้าดูด




หมายเหตุ : ถ้าเครื่องตัดไฟรั่วไม่ทำงาน และแก้ไขเบื้องต้นแล้วยังพบปัญหาอยู่ แนะนำให้เรียกช่างไฟฟ้ามืออาชีพมาช่วยแก้ไข และในขณะที่ปลดเมนสวิตช์เพื่อทำการซ่อมแซมนั้น ให้เขียนป้ายเตือนไว้ว่า “ห้ามสับไฟ! ช่างไฟฟ้ากำลังทำงาน” แขวนไว้ที่เมนสวิตช์ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้วยนะครับ


  • เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟรั่วหรือไฟดูดขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตัดกระแสไฟฟ้าให้เร็วที่สุดด้วยการถอดปลั๊ก ปิดเมนสวิตช์ และงดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ อย่างไรก็ตามวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ติดตั้งระบบสายดินที่ได้มาตรฐาน และควรติดตั้งเบรกเกอร์กันดูดเพิ่มเติมด้วย โดยจะตัดวงจรอัตโนมัติ เช่น เครื่องซักผ้าชำรุด อาจมีกระแสไฟรั่วออกมาที่ตัวเครื่อง เมื่อเราไปจับหรือสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะ เบรกเกอร์ก็จะตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้งาน
  • ตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่วไฟดูดที่มีพิกัดกระแสไฟรั่วไม่เกิน 30 มิลลิแอมป์ สำหรับการใช้ไฟฟ้าในห้องน้ำ โรงจอดรถ ห้องครัว รวมไปถึงการใช้งานภายนอกบ้าน และวงจรย่อยสำหรับเครื่องทำน้ำร้อน/น้ำอุ่น และอ่างอาบน้ำวน
ที่มา :: www.smtinter.com , www.sgb.co.th , www.shw.co.th
แหล่งข้อมูล :: baanlaesuan.com
ภาพประกอบ :: Siam Global Group Co.,Ltd.



วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

ใช้งานเครื่องมือช่างอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ By Sumo


 ใช้งานเครื่องมือช่างอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ?






    หลายครั้งที่เปิดทีวีและพบข่าวการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้เครื่องมือ ตอนท้ายข่าวก็สรุปได้ว่า สาเหตุของอุบัติเหตุหลายๆ ครั้งเกิดจากความประมาทของผู้ใช้งานเอง หรือความบกพร่องในการตรวจสอบเครื่องมือก่อนการใช้งาน ทำให้ร่างกายอยู่ในความไม่ปลอดภัย และไม่นานมานี้มีโฆษณาตัวหนึ่งได้หยิบยกเอาประเด็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุในการใช้อุปกรณ์เครื่องมือช่าง มาเป็นประเด็นในเรื่องได้อย่างสนุกสนาน และเรียกรอยยิ้มได้ แต่มองอีกมุมก็เหมือนเป็นการสะท้อนความประมาทของผู้ใช้งานเครื่องมือช่าง สุดท้ายก็ต้องหาเงินไปรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ

    จากเอกสารของทางสภาวิศวกร ระบุว่า 88% ของอุบัติเหตุในการทำงาน เป็นสาเหตุที่มาจากคน ทั้งความประมาท พลั้งเผลอ หรือการทำงานที่ไม่ถูกต้อง อีก 10% เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องจักร และเพียง 2% เท่านั้นที่มาจากธรรมชาติ เห็นได้ว่าเปอร์เซ็นต์ก้อนใหญ่มาจากความประมาทและไม่ตระหนักถึงความปลอดภัยของคน แสดงว่าเราสามารถแก้ไข และทำให้เปอร์เซ็นนั้นลดลงได้ ดังนั้นทุกครั้งที่เราใช้งานอุปกรณ์เครื่องมือช่างทุกชิ้น ไม่ว่าจะใช้ในการทำงาน หรือใช้เองที่บ้าน จำเป็นจะต้องตระหนักถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ



Tips !! ความปลอดภัยทั่วไปในการใช้งานเครื่องมือช่าง

  • เลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เราสามารถสร้างความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องมือช่างได้ตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ ควรเลือกเครื่องมือที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เครื่องมือที่ใช้ในการตัด และค้อน ต้องทำจากเหล็กที่หลอมด้วยความร้อนอย่างดี
  • ตรวจสอบเครื่องมือช่างก่อนใช้งานเสมอ ว่าเครื่องมือชิ้นนั้นๆ คงสภาพพร้อมใช้งาน หรือมีการชำรุดหรือไม่
  • บำรุงรักษาเครื่องมือช่างเป็นประจำ เช่น การลับเครื่องมือให้คมอยู่เสมอ โดยทำตามขั้นตอนและวิธีการในเอกสาร หรือคำแนะนำจากผู้ผลิต
  • สวมใสเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมงและรัดกุมในขณะใช้เครื่องมือช่าง เพื่อความปลอดภัย รวมถึงไม่ควรเครื่องประดับต่างๆ ที่อาจทำให้การใช้เครื่องมือไม่ปลอดภัย เนื่องจากเสื้อผ้าและเครื่องประดับอาจเข้าไปติดในเครื่องมือขณะทำงาน
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย หรือ PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) ขณะทำงานทุกครั้ง เช่น ถุงมือ ผ้าปิดจมูก หมวกนิรภัย แว่นตา
  • ใช้เครื่องมือช่างให้ถูกประเภท เพราะเครื่องมือช่างแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับงานที่แตกต่างกัน การนำไปใช้ในงานที่ไม่ตรงประเภทจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ เช่น การใช้ประแจตอกตะปูแทนค้อน
  • ในขณะใช้งาน ควรจัดท่าทางการยืนให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม และมั่นคง
  • นอกจากความปลอดภัยของตัวเราเอง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นที่อยู่ในบริเวณหน้างานด้วย ตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้อื่นอยู่ในระยะปลอดภัย ก่อนการใช้งานเครื่องมือช่าง
  • ในการส่งเครื่องมือช่างให้กับผู้ใช้งานที่อยู่ในที่สูง ห้ามถือเครื่องมือช่างด้วยมือและปีนบันไดเพื่อนำเครื่องมือช่างขึ้นไปให้คนทำงาน แต่ให้ใช้ถังหรือถุงเครื่องมือในการส่งเครื่องมือช่างแทน
  • เมื่อใช้งานเครื่องมือช่างในที่สูง เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ด้านล่าง ห้ามวางเครื่องมือช่างทิ้งไว้ในที่สูงโดยเด็ดขาด เนื่องจากเครื่องมืออาจจะตกลงมา และก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่อยู่ด้านล่างได้
  • หากชิ้นงานสามารถเลื่อนได้ ควรยึดชิ้นงานนั้นให้แน่นอยู่กับที่ก่อนการทำงานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และงานที่ออกมาเป็นไปตามที่ต้องการ
  • ห้ามนำเครื่องมือช่างที่มีความแหลมใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อ ให้วางหรือใส่ไว้ในกล่องเครื่องมือทุกครั้ง
  • เตรียมเครื่องมือช่างสำรองไว้ใกล้ๆ มือเสมอ เผื่อใช้งานในกรณีที่เครื่องมือช่างชุดแรกชำรุดขณะทำงาน
  • เก็บเครื่องมือช่างให้เป็นสัดส่วน และเก็บในที่ที่ปลอดภัยทุกครั้ง

Tips !! ในการใช้ “เครื่องมือช่างไฟฟ้า” อย่างปลอดภัย



  • ก่อนการใช้งานต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าพื้นที่ใช้งานเครื่องมือช่างไม่เปียกชื่น เพื่อป้องกันการลื่นไหล และอันตรายจากไฟฟ้า
  • เช็กสายไฟของเครื่องมือช่างและอุปกรณ์พ่วงไม่ให้ขวางทางเดิน และขวางพื้นที่การทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดล้ม
  • ห้ามถือเครื่องมือช่างไฟฟ้าบริเวณสายไฟเด็ดขาด
  • เพื่อความปลอดภัย ใช้เครื่องมือช่างไฟฟ้าที่ใช้สายไฟแบบฉนวนหุ้มสองชั้น เต้าเสียบแบบสามขา และเสียบเข้ากับปลั๊กไฟที่มีการต่อสายลงดิน
  • แนะนำให้ใช้เครื่องมือช่างไฟฟ้าต่อเข้ากับเต้ารับแบบ GFCI หรือเต้ารับที่มีระบบตรวจสอบไฟรั่ว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและตรวจเช็คเครื่องมือช่างก่อนการใช้งาน
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง
    เรื่องความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรละเลยเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และคนรอบข้าง รวมถึงเราสามารถเพิ่มความปลอดภัยให้กับร่างกายของเราได้ ด้วยการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทั้งถุงมือ หมวก แว่นตา รวมถึงการมีสมาธิในขณะใช้งานเครื่องมือช่างทุกครั้งอีกด้วยนะคะ
เพราะความปลอดภัยของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ บางคนนอกจากเจ็บกาย ความประมาทยังส่งผลถึงขั้นเสียนิ้ว มือ แขน หรืออวัยวะบางส่วนไป แถมไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ กลายเป็นบุคคลทุพพลภาพไปตลอดชีวิต แบบนี้ไม่คุ้มที่จะเสียเลยจริงๆ

ที่มา :: www.smtinter.com , www.sgb.co.th , www.shw.co.th
แหล่งข้อมูล :: vividlearningsystems.com
ภาพประกอบ :: Siam Global Group Co.,Ltd.